
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยสาขาวิชาเวชศาสตร์เขตร้อน ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือญี่ปุ่น–อาเซียน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติ Japan–ASEAN Training Workshop on One Health Approaches for Neglected Tropical Disease Control: Global Networking and Capacity Building ระหว่างวันที่ 8–10 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดขอนแก่น เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติในการควบคุมโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย (Neglected Tropical Diseases: NTDs) และโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ผ่านแนวคิด One Health ซึ่งเชื่อมโยงสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างเป็นองค์รวม
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนของ Japanese Studies and Global Partnership Department ประเทศญี่ปุ่น พร้อมผู้เข้าร่วมที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 คน จากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม รวมถึงบุคลากรและนักศึกษาจากประเทศไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพร่วมกันในระดับภูมิภาค

พิธีเปิดจัดขึ้น ณ ห้องมงกุฎเงิน โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น โดย รองศาสตราจารย์ภัทรพงษ์ มกรเวศ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการควบคุมโรคแบบบูรณาการว่า “ภูมิภาคของเรายังคงเผชิญกับความท้าทายด้านสาธารณสุขและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ไม่ว่าจะเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ ไข้เลือดออก หรือโรคเลปโตสไปโรซิส ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ เราไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จากภายในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว เพราะสุขภาพของมนุษย์เชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับสุขภาพสัตว์และสิ่งแวดล้อม แนวคิด One Health จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นสำหรับการควบคุมโรคอย่างยั่งยืน”
ด้าน Ms. Akane Hiraiwa ผู้อำนวยการ Japanese Studies and Global Partnership Department กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศว่า “การป้องกันโรคอย่างยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากประเทศใดประเทศหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืนระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศสมาชิกอาเซียน”
ขณะที่ ศาสตราจารย์บรรจบ ศรีภา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเขตร้อน และประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า “การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายด้านโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่ยังคงส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แนวคิด One Health โดยได้รับการสนับสนุนจาก The Japan Foundation เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากประเทศต่าง ๆ ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และร่วมกันสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การควบคุมโรคอย่างยั่งยืนในอนาคต”
การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำหลากหลายสาขาภายใต้แนวคิด One Health ซึ่งครอบคลุมมิติด้านสุขภาพมนุษย์ สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยมีวิทยากรสำคัญ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ปานเทพ รัตนากร ที่ปรึกษาด้านเทคนิคศูนย์สุขภาพสัตว์ป่าแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และเลขาธิการมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย ดร. วันทนีย์ กัลล์ประวิทย์ อดีตผู้จัดการระดับโลก ศูนย์ปฏิบัติการโรคสัตว์ข้ามพรมแดน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ดร. เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย สัตวแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์รุ่งทิพย์ ชวนชื่น คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราพร พิมพ์ประไพ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เทิดศักดิ์ ญาโน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์สุทัศน์ สุทธิประภา หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์เขตร้อน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์สิริขจร ตังควัฒนา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ รองศาสตราจารย์สุรพล ผดุงทน สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญจากศาสตร์การแพทย์ สัตวแพทยศาสตร์ สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นว่า ความท้าทายด้านโรคเขตร้อนและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยองค์ความรู้จากสาขาใดสาขาหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับประชาชนในระดับชุมชน ประเทศ และภูมิภาค
ตลอดระยะเวลา 3 วันของการประชุม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยวันแรกประกอบด้วยการบรรยายหัวข้อ Lancang–Mekong Cooperation Project Overview และ One Health Experiences: Lessons Learned in the Greater Mekong Sub–region (GMS) การสร้างเครือข่ายผ่านกิจกรรม Bridging One Health Partnership การอภิปรายแลกเปลี่ยนมุมมองในรูปแบบ Panel Discussion ตลอดจนการเรียนรู้แนวคิด Lawa Model และ Systems Thinking ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาสุขภาพที่มีความซับซ้อน
หนึ่งกิจกรรมสำคัญในครั้งนี้ คือการลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ ชุมชนบ้านละว้า จังหวัดขอนแก่น ในวันที่สอง ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะพื้นที่ต้นแบบของการดำเนินงานตามแนวคิด One Health และความสำเร็จของ Lawa Model ในการควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ โดยผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านละว้า เพื่อเรียนรู้ภาพรวมของโรคพยาธิใบไม้ตับ การดำเนินงานของ Lawa Model การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมในชุมชน รวมถึงบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการขับเคลื่อนการควบคุมโรคในระดับพื้นที่
จากนั้นได้ศึกษาดูงานที่ โรงเรียนบ้านละว้า ซึ่งดำเนินโครงการ “โรงเรียนปลอดพยาธิใบไม้ตับ” เพื่อปลูกฝังความรู้ด้านสุขภาพแก่เยาวชนและสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวประมงในพื้นที่ พร้อมศึกษาการประกอบอาหารพื้นบ้าน ‘ก้อยปลา’ อย่างถูกสุขลักษณะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนชุมชนเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยด้านอาหารและป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับอย่างยั่งยืน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนแนวทางการสื่อสารความเสี่ยงและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน
นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมยังได้ศึกษาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพสัตว์ ณ บ้านดอนปอแดง เรียนรู้การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรค การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง การควบคุมสัตว์รังโรค และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี GPS ในการติดตามสัตว์พาหะ ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
ในวันสุดท้าย ผู้เข้าร่วมจากทุกประเทศได้นำเสนอบทเรียนที่ได้รับจาก Lawa Model พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการประยุกต์ใช้แนวคิด One Health ในบริบทของแต่ละประเทศ เพื่อพัฒนากลไกการควบคุมโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยและโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนอย่างยั่งยืน
หนึ่งในนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการกล่าวถึงความประทับใจว่า “การได้มาเรียนรู้ที่ชุมชนบ้านละว้าทำให้ผมเข้าใจว่า การแก้ปัญหาสุขภาพไม่ได้เริ่มต้นที่โรงพยาบาล แต่เริ่มต้นจากคนในชุมชน ทุกคนมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ครู นักเรียน อาสาสมัครสาธารณสุข ชาวประมง ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ไม่ใช่เพียงวิธีควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ แต่คือพลังของการมีส่วนร่วมของชุมชน หากแนวคิดนี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในประเทศต่าง ๆ เราจะสามารถลดภาระโรค ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้ในอนาคต”
การจัดประชุม Japan-ASEAN One Health Workshop ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้นำด้านสุขภาพรุ่นใหม่ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ ให้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมและแนวทางการจัดการโรคที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ความสำเร็จของ Lawa Model ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อองค์ความรู้ทางวิชาการผสานเข้ากับพลังของชุมชนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนสามารถเกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้จริง บทเรียนจากชุมชนบ้านละว้าในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของจังหวัดขอนแก่นหรือประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบที่สามารถส่งต่อไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนและภูมิภาคอื่นของโลก เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ประชาชน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสุขภาวะ ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ “สุขภาพที่ยั่งยืนสำหรับทุกชีวิตบนโลก”
เรียบเรียงข่าว : สถาพร อ่อนละมูล นักวิเทศสัมพันธ์









