นายกรัฐมนตรีหนุน มข. ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “อีสานปลอดมะเร็งท่อน้ำดี”

มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ตอกย้ำจุดยืน “มหาวิทยาลัยแห่งการอุทิศเพื่อสังคม” รุกคืบแก้ปัญหาสาธารณสุขระดับชาติ เข้าร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งสำคัญ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างครบวงจร มุ่งเป้าตัดวงจรโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยกว่า 20,000 รายต่อปี โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานด้วยความเชื่อมั่นว่า “ประเทศไทยต้องปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี”

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ศ. ดร. ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน เป็นผู้แทนสถาบันลงนามร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การร่วมลงนาม MOU ในวันนี้ จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือการลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ และ ลดการเจ็บป่วย รวมทั้งการสูญเสียของชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว

ด้านคณะผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี และศูนย์ความเป็นเลิศมะเร็งท่อน้ำดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รศ. ดร. วัชรินทร์ ลอยลม ผู้อำนวยการ และ ผศ. นพ .อรรถพล ติตะปัญ เลขานุการและนักวิจัยอาวุโส ได้นำเสนอ “ยุทธศาสตร์ 4 เสาหลัก” ต่อนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับวิกฤตสุขภาพนี้อย่างครบวงจร ได้แก่ การยกระดับสุขาภิบาลและการจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่เสี่ยงเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ การผลักดันแนวทางอาหารปลอดภัยในระดับชุมชน การรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน และการเสริมความเข้มแข็งของระบบคัดกรองและรักษา เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที

การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ มข. ในการขับเคลื่อนภารกิจแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มข. ขับเคลื่อนก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้นำและศูนย์กลางองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ครอบคลุมทุกวงจรนวัตกรรม ตั้งแต่การรณรงค์สร้างความเข้าใจในระดับชุมชน การลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล การยกระดับมาตรฐานการวินิจฉัยและรักษา ไปจนถึงการวิจัยเชิงลึกเพื่อค้นหากลไกการเกิดโรคและปัจจัยเสี่ยง ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมสำคัญ เช่น ชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อ (OV Test Kit) ที่ปัจจุบันถูกใช้ในระบบบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการผนึกกำลังกับภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนเชิงนโยบายและการปฏิบัติ มุ่งลดอัตราป่วยและเสียชีวิตอย่างยั่งยืน

เบื้องหลังความสำเร็จระดับชาติในครั้งนี้ คือแรงขับเคลื่อนที่เกิดจากการสืบสานเจตนารมณ์ ของ ศาสตราจารย์ นพ. ณรงค์ ขันตีแก้ว อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ผู้บุกเบิกและอุทิศตนแรงกล้าในการต่อสู้กับโรคมะเร็งท่อน้ำดี โดย รศ. ดร.วัชรินทร์ ลอยลม และ ผศ. นพ. อรรถพล ติตะปัญ ในฐานะผู้สานต่อพันธกิจ ระบุว่า ในฐานะสถาบันหลักผู้บุกเบิกและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหามะเร็งท่อน้ำดี  คณะแพทยศาสตร์ มข. ได้มุ่งเน้นการผสานองค์ความรู้เข้ากับการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการป้องกันและรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความยั่งยืนทางสุขภาวะให้แก่ประชาชนชาวไทย”

 

เรียบเรียงโดย นางสาวศุภานัน ทองดี

นักศึกษาฝึกงาน สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เครดิตภาพ: https://www.hsri.or.th/news/1/4606

นายกรัฐมนตรีหนุน มข. ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “อีสานปลอดมะเร็งท่อน้ำดี”
Scroll to top